วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ประเภทของระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ

1.ประเภทของการตัดสินใจมี 3 ประเภท คือ
1.1ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหารระดับสูง (Executive Information System: EIS) 
     ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหารระดับสูง คือ MIS ประเภทพิเศษที่ถูกพัฒนาสำหรับผู้บริหารระดับสูง โดยเฉพาะช่วยให้ผู้บริหารระดับสูงที่ไม่คุ้นเคยกับเครื่องคอมพิวเตอร์สามารถ ใช้ระบบสารสนเทศได้ง่ายขึ้น โดยใช้เมาส์เลื่อนหรือจอภาพแบบสัมผัส เพื่อเชื่อมโยงข่าวสารระหว่างกันทำให้ผู้บริหารไม่ต้องจำคำสั่ง
1.2 ระบบสารสนเทศสำหรับกลุ่มบุคคลในการตัดสินใจ (Group Decision Support Systems-GDSS) ระบบสารสนเทศประเภทหนึ่งของ DSS ซึ่งมีลักษณะเป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะโต้ตอบได้ (interactive) ในการสนับสนุนงานแก้ไขปัญหาที่ไม่มีโครงสร้าง สำหรับผู้ตัดสินใจที่ทำงานกันเป็นกลุ่ม (De Santi & Gallespe, 1987) เป้าหมายของ GDSS คือการปรับปรุงประสิทธิภาพการประชุมและการตัดสินใจ หรือทั้งสองอย่าง โดยการช่วยสนับสนุนการแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นภายในกลุ่ม ช่วยกระตุ้นความคิด ระดมความคิด และการแก้ปัญหาความขัดแย้ง


2.ความแตกต่างของ Eis กับ Gdss
ระบบของ GDSS จะเน้นออกแบบไปในทางที่ประชากรเป็นกลุ่มๆ ทางด้านความสามารถนั้น
จะต้องหาบุคลากรที่มีความชำนาญในด้านนี้พอสมควร ในด้านข้อมูลถือว่ามีความละเอียดสูงโดยจะได้รับความคิดเห็นได้หลากหลาย แล้วนำข้อเสนอหรือความคิดเห็นมาปรับปรุงแก้ไขได้
   ส่วนของระบบ EIS จะเน้นไปในทางของผู้บริหารเพียงอย่างเดียว ข้อมูลที่ได้มีความรวดเร็วเป็นสถานการณ์ปัจจุบัน โดย จะสามารถวิเคราะห์แนวโน้มในภายภาคหน้าได้ ซึ่งเป็นระบบสำคัญให้กับองค์กรหรือบริษัทของผู้บริหารเป็นอย่างดี เป็นตัวช่วยในหารตัดสินใจที่ดี


วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Decision Support System หมายถึง บริหารในเรื่องการตัดสินใจในเหตุการณ์หรือกิจกรรมทางธุรกิจที่ไม่มีโครงสร้างแน่นอน หรือกึ่งโครงสร้าง ระบบสนับสนุนการตัดสินใจอาจจะใช้กับบุคคลเดียวหรือช่วยสนับสนุนการตัดสินใจเป็นกลุ่ม นอกจากนั้น ยังมีระบบสนับสนุนผู้บริหารเพื่อช่วยผู้บริหารในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์

วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2557

วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์

ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์

โครงงานคอมพิวเตอร์เป็นกิจกรรมที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องหลายขั้นตอน และแต่ละขั้นตอนจะมีความสำคัญต่อโครงงานนั้น ๆ การแบ่งขั้นตอนของการทำโครงงานอาจแตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงงานและการวางแผนการทำโครงงานในที่นี้จะบ่งการทำงานออกเป็น 6 ขั้นตอนดังนี้
1. การคัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจทำ
โดยทั่วไปเรื่องที่จะนำมาพัฒนาเป็นโครงงานคอมพิวเตอร์ มักจะได้มาจากปัญหา คำถาม หรือความสนใจในเรื่องต่าง ๆ จากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัว นักเรียนสามารถจะศึกษาการได้มาของเรื่องที่จะทำโครงงาน การอ่านค้นคว้า การไปเยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ การฟังบรรยาย รายการวิทยุโทรทัศน์ สนทนาอภิปราย กิจกรรมการเรียนการสอน งานอดิเรก การเข้าชมงานนิทรรศการหรืองานประกวดโครงงานคอมพิวเตอร์ ในการตัดสินใจเลือกหัวข้อที่จะนำมาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ ควรพิจารณาองค์ประกอบสำคัญดังนี้

- จะต้องมีความรู้และทักษะพื้นฐานอย่างเพียงพอในหัวข้อเรื่องที่จะศึกษา
- สามารถจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องได้
- มีแหล่งความรู้เพียงพอที่จะค้นคว้าหรือขอคำปรึกษา
- มีเวลาเพียงพอ
- มีงบประมาณเพียงพอ
- มีความปลอดภัย

2. ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล
รวมถึงการขอคำปรึกษาจากผู้ทรงคุณวุฒิช่วยจะช่วยให้นักเรียนได้แนวคิดที่ใช้ในการกำหนดของเขตของเรื่องที่จะศึกษาได้เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งความรู้เพิ่มเติมในเรื่งที่จะศึกษาจนสามารถใช้ออกแบบและวางแผนดำเนินการทำโครงงานนั้นได้อย่างเหมาะสมในการศึกษาค้นคว้าดังกล่าว นักเรียนจะต้องบันทึกสรุปสาระสำคัญไว้ด้วย
จะต้องพิจารณาดังนี้ มูลเหตุจูงใจและเป้าหมายในการทำ วัสดุอุปกรณ์ ความต้องการของผู้ใช้งานและคุณลักษณะของผลงาน (Requirement and Specification) วิธีการประเมินผล วิธีการพัฒนา ข้อสรุปของโครงงาน ความแปลกใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ แนวทางในการปรับปรุงหรือขยายการทดลองจากงานเดิม

3. การจัดทำเค้าโครงของโครงงานที่จะทำ จำเป็นต้องกำหนดกรอบแนวคิดและวงแผนการพัฒนาล่วงหน้าเพื่อคาดการณ์ความเป็นไปได้ของโครงงาน ขั้นตอนที่สำคัญคือ ศึกษาค้นคว้าเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล ออกแบบการพัฒนา เสนอเค้าโครงของโครงงานต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อขอคำแนะนำและปรับปรุงแก้ไข
4. การลงมือทำโครงงาน เมื่อเค้าโครงได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการพัฒนาตามขั้นตอนที่ได้วางแผนไว้ดังนี้ เตรียมการ ลงมือพัฒนา ตรวจสอบผลงานและแกไข อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ แนวทางในการพัฒนาโครงงานในอนาคต
5. การเขียนรายงาน เป็นสื่อความหมายเพื่อให้ผู้อื่นได้เข้าใจแนวความคิด วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า ข้อมูลที่ได้ ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่าง ๆ เกี่ยวกับโครงงานนั้น ในการเขียนควรใช้ภาษาที่อ่านเข้าใจได้ง่าย ชัดเจน กระชับ และตรงไปตรงมาให้ครอบคลุมหัวข้อต่าง ๆ
6. การนำเสนอและการแสดงผลงานของโครงงาน เป็นการนำเสนอเพื่อแสดงออกถึงผลิตผลของความคิด ความพยายามในการทำงานที่ผู้ทำโครงงานได้ทุ่มเท และเป็นวิธีที่ให้ผู้อื่นได้รับรู้และเข้าใจในโครงงานนั้น ในการเสนออาจทำได้หลายรูปแบบ เช่น ติดโปสเตอร์ การรายงานตัวในที่ประชุม การแสดงผลงานด้วยสื่อต่าง การจัดนิทรรศการ การอธิบายด้วยคำพูด

วันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ชื่อโครงงาน:

จักรยานน้ำ




การประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการคือ (1)เพื่อออกแบบและสร้างจักรยานที่สามารถลอยน้าได้ (2)เพื่อใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในการประดิษฐ์ชิ้นงานที่มีประโยชน์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (3)เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของจักรยานน้าที่ประดิษฐ์ขึ้น ซึ่งมีวิธีดาเนินการประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ได้ดาเนินการดังขั้นตอนต่อไปนี้ (1)ทาการวัดและตัดอลูมิเนียม ให้ได้ขนาด 1 เมตร จานวน 4 แผ่น, 50 เซนติเมตร จานวน 40 แผ่น และ 30 เซนติเมตร จานวน 27แผ่น เพื่อใช้สาหรับการทาโครงจักรยานน้า(2)เจาะรูอลูมิเนียมที่ตัดทิ้งไว้ด้วยสว่าน แล้วทาการยิงลูกรีเวสเพื่อขึ้นรูปโครงจักรยานน้าตามที่ออกแบบไว้ (3)นาแกลลอนขนาด 20 ลิตรมาวัดขนาด และติดไว้กับโครงจักรยานน้าที่ทาไว้(4)นาจักรยานที่เหลือดัดแปลงไว้ให้เหลือแต่ส่วนของแฮนด์คันเร่ง และบันได มาติดตั้งกับโครงจักรยานน้าที่ทาไว้ (5)นาแผ่นเหล็กมาตัดให้ได้ขนาด 30 เซนติเมตรจานวน 4 อัน สาหรับทาใบพัดเพื่อติดกับเพลา(6)ทานาเพลาที่ประกอบกับใบพัดเรียบร้อยแล้วมาติดตั้งกับโซ่ แล้วประกอบเข้ากับโครงจักรยานน้าและตัวจักรยาน และ(7)ทาหางเสือโดยการนาอลูมิเนียมยาว 95 เซนติเมตร จานวน 2 เส้น และอลูมิเนียมยาว 50 เซนติเมตร จานวน 2 เส้น มาติดกับแผ่นพลาสติกแข็งที่ตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาด 30 x 13.5 เซนติเมตรผลการประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ในครั้งนี้พบว่า จักรยานน้าสามารถลอยน้าได้จริง สามารถรับน้าหนักคนขี่ในน้าได้สูงสุด 80 กิโลกรัม และสามารถปรับระดับความเร็วได้ 3 ระดับดังนี้ ระดับที่ 1 มีความเร็ว เท่ากับ 0.378 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระดับที่ 2 มีความเร็วเท่ากับ 0.511 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และระดับที่ 3 มีความเร็วเท่ากับ 0.817 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อนาจักรยานน้าไปปั่น แข่งกับเรือ เมื่อทดสอบประสิทธิภาพพบว่า ที่ระยะทาง 62 เมตร จักรยานน้ามีความเร็ว 0.166 เมตรต่อวินาที และเรือมีความเร็ว 0.137 เมตรต่อวินาที และสามารถคานวณค่าแรงลอยตัวของจักรยานน้า มีแรงลอยตัว 196 นิวตัน

วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2557

กิจกรรม -โครงงานคอมพิวเตอร์

1.โครงงานคอมพิวเตอร์ หมายถึงอะไร คือกิจกรรมที่นักเรียนมีอิสระในการเลือกศึกษาปัญหาที่ตนสนใจ โดยจะดำเนินงานศึกษา พัฒนาโปรแกม ด้วยความรู้ทางวิศวกรรม ซอฟแวร์ 
2.โครงงานคอมพิวเตอร์ มีกี่ประเภท อะไรบ้าง
 5 ประเภท 
1.โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา
2.โครงงานพัฒนาเครื้องมือ
3.โครงงานประเภททดลองทฤษฎี
4.โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน
5.โครงงานพัฒนาเกมส์ เพื่อความรู้ 
3.ตัวอย่างโครงงานคอมพิวเตอร์ ยกมา 2 ตัวอย่าง
1.สื่อเพื่อการศึกษาอาเซียน 
การจัดทาโครงงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ ให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับประชาคมอาเซียน โดยสร้างสื่อวีดีทัศน์นาเสนอ โดยใช้โปรแกรม Final cut pro ในการตัดต่อวีดีทัศน์ โปรแกรมMotion5 ใช้สร้าง Effect และโปรแกรม Adobe sound booth cs5 ในการบันทึกเสียง คณะผู้จัดทาได้ดาเนินงานตามขั้นตอนที่ได้วางแผนไว้ และได้นาเสนอเผยแพร่ผลงานโดยการนาเสนอสื่อวีดีทัศน์ในระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ผลการจัดทาโครงงาน พบว่า การพัฒนาสื่อวีดีทัศน์เพื่อการศึกษาในเรื่องประชาคมอาเซียน ได้เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียนในระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ได้รับความสนใจและเป็น วีดีทัศน์ที่มีประโยชน์
 2.อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เป็นการพัฒนาเว็บไซต์ขึ้นเพื่อศึกษาเกี่ยวกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ มีวัตถุประสงค์ดังนี้
 1.เพื่อเป็นเว็บไซต์การศึกษาเรื่องอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
2.เพื่อเป็นสื่อการศึกษาให้กับผู้ที่สนใจเรื่องอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

คำศัพท์คอมพิวเตอร์

1. Software = ชุดคำสั่งหรือโปรแกรม 2. Hardware = อุปกรณ์เชื่อมต่อภายนอก 3. Input unit = หน่วยรับเข้า 4. Output unit = หน่วยส่งออก 5. Main Memory unit = หน่วยความจำหลัก 6. Secondary memory unit = หน่วยความจำรอง 7. Keyboard = แป้นพิมพ์ 8. Word = คำหรือคำศัพท์ 9. Ram = เก็บข้อมูลและโปรแกรม 10. Online = การติดต่อ 11. Upload = การโหลดข้อมูล 12. Network = เครือข่าย 13. Fax modem = โมเด็มที่ส่งแฟกซ์ได้ 14. Web Site = หน้าต่างของเนต 15. Antivirus Program = โปรแกรมป้องกันไวรัส 16. Computer System = ระบบคอมพิวเตอร์ 17. Information System = ระบบขอมูล 18. Computer Network = ระบบเครือข่าย 19. User = ผู้ใช้ 20. Account = บัญชีผู้ใช้ 21. USB = หน่วยเก็บข้อมูล 22. .net = แสดงเว็บของบริษัท 23. Keyword = รหัสของบางโปรแกรม 24. Multimedia = สื่อประสม 25. Bus = การเชื่อมต่อเครือข่าย 26. Browser = เป็นชื่อใช้เรียกซอฟต์แวร์ 27. Bug = ความผิดพลาดของคอม 28. Database = ฐานข้อมูล 29. CD-ROM = ตัวจัดการกับแผ่นต่างๆ 30. Compact Disc = อุปกรณ์ประเภทแผ่น 31. Mouse = เมาส์ 32. Light pen = ปากกาแสง 33. Track ball = ลูกกลมควบคุม 34. Joystick = ก้านควบคุม 35. Scanner = เครื่องกราดตรวจ 36. Touch screen = จอสัมผัส 37. Control Unit = หน่วยควบคุม 38. Rom = หน่วยความจำแบบอ่าน 39. Diskette = แผ่นบันทึก 40. Harddisk = ฮาร์ดดิสก์ 41. Magnetic Tape = เทปแม่เหล็ก 42. Monitor = จอภาพ 43. Printer = เครื่องพิมพ์ 44. Laser printer = เครื่องพิมพ์เลเซอร์ 45. Line printer = เครื่องพิมพ์รายบรรทัด 46. Speaker = ลำโพง 47. Microsoft Word = โปรแกรมเวิร์ด 48. Microsoft Excel = โปรแกรมเอกเซล 49. Microsoft PowerPoint = โปรแกรมเพาเวอร์พอยนต์ 50. Desktop = โปรแกรมเดสทอป

วันอาทิตย์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2557

บริการต่างๆบนอินเทอรืเน็ต

1.E-mail หมายถึง อีเมล์คือวิธีการติดต่อสื่อสารด้วยตัวหนังสือ แทนการส่งจดหมายแบบกระดาษ โดยใช้การส่งข้อมูล

ในรูปของสัญญาณข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ จากเครื่องหนึ่งไปยังผู้รับอีกเครื่องหนึ่ง

อีเมล์แอดเดรส ( E- mail Address) คือ ที่อยู่ในอินเทอร์เน็ต หรือที่อยู่ของตู้จดหมายของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ใช้สำหรับบอกตำแหน่งของผู้รับว่าอยู่ที่ไหน เช่น somchai@hotmail.com

ส่วนประกอบของอีเมล์แอดเดรส ประกอบด้วย ส่วนสำคัญ ดังตัวอย่างนี้

ชื่อบัญชีสมาชิกของผู้ใช้เรียกว่า user name อาจใช้ชื่อจริง ชื่อเล่น หรือชื่อองค์กร ก็ได้
ส่วนนี้ คือ เครื่องหมาย @ ( at sign) อ่านว่า แอท
ส่วนที่สาม คือ โดเมนเนม (Domain Name) เป็นที่อยู่ของอินเทอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ที่เราสมัครเป็นสมาชิกอยู่ เพื่ออ้างถึงเมล์เซิร์ฟเวอร์
ส่วนสุดท้ายเป็นรหัสบอกประเภทขององค์กรและประเทศ ในที่นี้คือ .co.th โดยที่ .co หมายถึง commercial เป็น
บริการเกี่ยวกับการค้า ส่วน .th หมายถึง Thailand อยู่ในประเทศไทย




2.social network หมายถึง การที่ผู้คนสามารถทำความรู้จัก และเชื่อมโยงกันในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง หากเป็นเว็บไซต์ที่เรียกว่าเป็น เว็บ Social Network ก็คือเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงผู้คนไว้ด้วยกันนั่นเอง ตัวอย่างของเว็บประเภทที่เป็น Social Network เช่น Digg.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เรียกได้ว่าเป็น Social Bookmark ที่ได้รับความนิยมอีกแห่งหนึ่ง และเหมาะมาก ที่จะนำมาเป็นตัวอย่าง เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น โดยในเว็บไซต์ Digg นี้ ผู้คนจะช่วยกันแนะนำ url ที่น่าสนใจเข้ามาในเว็บ และผู้อ่านก็จะมาช่วยกันให้คะแนน url หรือข่าวนั้น ๆ เป็นต้น
 

3.search หมายถึง คือ โปรแกรมที่ช่วยในการสืบค้นหาข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต โดยครอบคลุมทั้งข้อความ รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว เพลง ซอฟต์แวร์ แผนที่ ข้อมูลบุคคล กลุ่มข่าว และอื่น ๆ ซึ่งแตกต่างกันไปแล้วแต่โปรแกรมหรือผู้ให้บริการแต่ละราย. เสิร์ชเอนจินส่วนใหญ่จะค้นหาข้อมูลจากคำสำคัญ (คีย์เวิร์ด) ที่ผู้ใช้ป้อนเข้าไป จากนั้นก็จะแสดงรายการผลลัพธ์ที่มันคิดว่าผู้ใช้น่าจะต้องการขึ้นมา ในปัจจุบัน เสิร์ชเอนจินบางตัว เช่น กูเกิล จะบันทึกประวัติการค้นหาและการเลือกผลลัพธ์ของผู้ใช้ไว้ด้วย และจะนำประวัติที่บันทึกไว้นั้น มาช่วยกรองผลลัพธ์ในการค้นหาครั้งต่อ ๆ ไป
เช่น safari 

แหล่งที่มา

เว็บเบราว์เซอร์(web browers)

1. นักเรียนใช้ Internet สำหรับทำอะไร   ให้นักเรียนตอบมา  10 อย่าง
ตอบ   1.ทำการบ้าน
           2.หาความรู้
           3.ติดต่อกับเพื่อนและครอบครัวfacebook,line
           4.ดูหนัง
           5. ฟังเพลง
          6.เล่นเกมส์ออนไล
          7.อ่านหนังสือ
          8.ลงรูปในIG
          9.เล่นคุกกี้รัน
          10.updateข้อมูลข่าวสาร    

2. เว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) หมายถึงอะไร ?
ตอบ เว็บเบราว์เซอร์ (อังกฤษweb browserเบราว์เซอร์ หรือ โปรแกรมค้นดูเว็บ คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลและโต้ตอบกับข้อมูลสารสนเทศที่จัดเก็บในหน้าเวบที่สร้างด้วยภาษาเฉพาะ เช่น ภาษาเอชทีเอ็มแอล ที่จัดเก็บไว้ที่ระบบบริการเว็บหรือเว็บเซิร์ฟเวอร์หรือระบบคลังข้อมูลอื่น ๆ โดยโปรแกรมค้นดูเว็บเปรียบเสมือนเครื่องมือในการติดต่อกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เรียกว่าเวิลด์ไวด์เว็บ
เว็บเบราว์เซอร์ตัวแรกของโลกชื่อ เวิลด์ไวด์เว็บ [1] ขณะเดียวกันเว็บเบราว์เซอร์ที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบันคือ กูเกิลโครม

3.ยกตัวอย่างเว็บเบราว์เซอร์ มา 4 โปรแกรม  (พร้อมรูปภาพ)
ตอบ 
แหล่งอ่างอิง
http://21.worawut-k.ws/index.php/browser/
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C

วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2557

สวัสดีครับผมชื่อ นายไนล์นที อุดมวิวัฒน์
ชื่อเล่น ซีซาร์
เกิดวันที่ 19 กรกฏาคม พ.ศ.2540
อายุ 16 ปี
สีที่ชอบ สินำ้เงิน
ดนตรีที่เล่น กลอง