วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์

ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์

โครงงานคอมพิวเตอร์เป็นกิจกรรมที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องหลายขั้นตอน และแต่ละขั้นตอนจะมีความสำคัญต่อโครงงานนั้น ๆ การแบ่งขั้นตอนของการทำโครงงานอาจแตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงงานและการวางแผนการทำโครงงานในที่นี้จะบ่งการทำงานออกเป็น 6 ขั้นตอนดังนี้
1. การคัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจทำ
โดยทั่วไปเรื่องที่จะนำมาพัฒนาเป็นโครงงานคอมพิวเตอร์ มักจะได้มาจากปัญหา คำถาม หรือความสนใจในเรื่องต่าง ๆ จากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัว นักเรียนสามารถจะศึกษาการได้มาของเรื่องที่จะทำโครงงาน การอ่านค้นคว้า การไปเยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ การฟังบรรยาย รายการวิทยุโทรทัศน์ สนทนาอภิปราย กิจกรรมการเรียนการสอน งานอดิเรก การเข้าชมงานนิทรรศการหรืองานประกวดโครงงานคอมพิวเตอร์ ในการตัดสินใจเลือกหัวข้อที่จะนำมาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ ควรพิจารณาองค์ประกอบสำคัญดังนี้

- จะต้องมีความรู้และทักษะพื้นฐานอย่างเพียงพอในหัวข้อเรื่องที่จะศึกษา
- สามารถจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องได้
- มีแหล่งความรู้เพียงพอที่จะค้นคว้าหรือขอคำปรึกษา
- มีเวลาเพียงพอ
- มีงบประมาณเพียงพอ
- มีความปลอดภัย

2. ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล
รวมถึงการขอคำปรึกษาจากผู้ทรงคุณวุฒิช่วยจะช่วยให้นักเรียนได้แนวคิดที่ใช้ในการกำหนดของเขตของเรื่องที่จะศึกษาได้เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งความรู้เพิ่มเติมในเรื่งที่จะศึกษาจนสามารถใช้ออกแบบและวางแผนดำเนินการทำโครงงานนั้นได้อย่างเหมาะสมในการศึกษาค้นคว้าดังกล่าว นักเรียนจะต้องบันทึกสรุปสาระสำคัญไว้ด้วย
จะต้องพิจารณาดังนี้ มูลเหตุจูงใจและเป้าหมายในการทำ วัสดุอุปกรณ์ ความต้องการของผู้ใช้งานและคุณลักษณะของผลงาน (Requirement and Specification) วิธีการประเมินผล วิธีการพัฒนา ข้อสรุปของโครงงาน ความแปลกใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ แนวทางในการปรับปรุงหรือขยายการทดลองจากงานเดิม

3. การจัดทำเค้าโครงของโครงงานที่จะทำ จำเป็นต้องกำหนดกรอบแนวคิดและวงแผนการพัฒนาล่วงหน้าเพื่อคาดการณ์ความเป็นไปได้ของโครงงาน ขั้นตอนที่สำคัญคือ ศึกษาค้นคว้าเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล ออกแบบการพัฒนา เสนอเค้าโครงของโครงงานต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อขอคำแนะนำและปรับปรุงแก้ไข
4. การลงมือทำโครงงาน เมื่อเค้าโครงได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการพัฒนาตามขั้นตอนที่ได้วางแผนไว้ดังนี้ เตรียมการ ลงมือพัฒนา ตรวจสอบผลงานและแกไข อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ แนวทางในการพัฒนาโครงงานในอนาคต
5. การเขียนรายงาน เป็นสื่อความหมายเพื่อให้ผู้อื่นได้เข้าใจแนวความคิด วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า ข้อมูลที่ได้ ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่าง ๆ เกี่ยวกับโครงงานนั้น ในการเขียนควรใช้ภาษาที่อ่านเข้าใจได้ง่าย ชัดเจน กระชับ และตรงไปตรงมาให้ครอบคลุมหัวข้อต่าง ๆ
6. การนำเสนอและการแสดงผลงานของโครงงาน เป็นการนำเสนอเพื่อแสดงออกถึงผลิตผลของความคิด ความพยายามในการทำงานที่ผู้ทำโครงงานได้ทุ่มเท และเป็นวิธีที่ให้ผู้อื่นได้รับรู้และเข้าใจในโครงงานนั้น ในการเสนออาจทำได้หลายรูปแบบ เช่น ติดโปสเตอร์ การรายงานตัวในที่ประชุม การแสดงผลงานด้วยสื่อต่าง การจัดนิทรรศการ การอธิบายด้วยคำพูด

วันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ชื่อโครงงาน:

จักรยานน้ำ




การประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการคือ (1)เพื่อออกแบบและสร้างจักรยานที่สามารถลอยน้าได้ (2)เพื่อใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในการประดิษฐ์ชิ้นงานที่มีประโยชน์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (3)เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของจักรยานน้าที่ประดิษฐ์ขึ้น ซึ่งมีวิธีดาเนินการประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ได้ดาเนินการดังขั้นตอนต่อไปนี้ (1)ทาการวัดและตัดอลูมิเนียม ให้ได้ขนาด 1 เมตร จานวน 4 แผ่น, 50 เซนติเมตร จานวน 40 แผ่น และ 30 เซนติเมตร จานวน 27แผ่น เพื่อใช้สาหรับการทาโครงจักรยานน้า(2)เจาะรูอลูมิเนียมที่ตัดทิ้งไว้ด้วยสว่าน แล้วทาการยิงลูกรีเวสเพื่อขึ้นรูปโครงจักรยานน้าตามที่ออกแบบไว้ (3)นาแกลลอนขนาด 20 ลิตรมาวัดขนาด และติดไว้กับโครงจักรยานน้าที่ทาไว้(4)นาจักรยานที่เหลือดัดแปลงไว้ให้เหลือแต่ส่วนของแฮนด์คันเร่ง และบันได มาติดตั้งกับโครงจักรยานน้าที่ทาไว้ (5)นาแผ่นเหล็กมาตัดให้ได้ขนาด 30 เซนติเมตรจานวน 4 อัน สาหรับทาใบพัดเพื่อติดกับเพลา(6)ทานาเพลาที่ประกอบกับใบพัดเรียบร้อยแล้วมาติดตั้งกับโซ่ แล้วประกอบเข้ากับโครงจักรยานน้าและตัวจักรยาน และ(7)ทาหางเสือโดยการนาอลูมิเนียมยาว 95 เซนติเมตร จานวน 2 เส้น และอลูมิเนียมยาว 50 เซนติเมตร จานวน 2 เส้น มาติดกับแผ่นพลาสติกแข็งที่ตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาด 30 x 13.5 เซนติเมตรผลการประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ในครั้งนี้พบว่า จักรยานน้าสามารถลอยน้าได้จริง สามารถรับน้าหนักคนขี่ในน้าได้สูงสุด 80 กิโลกรัม และสามารถปรับระดับความเร็วได้ 3 ระดับดังนี้ ระดับที่ 1 มีความเร็ว เท่ากับ 0.378 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระดับที่ 2 มีความเร็วเท่ากับ 0.511 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และระดับที่ 3 มีความเร็วเท่ากับ 0.817 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อนาจักรยานน้าไปปั่น แข่งกับเรือ เมื่อทดสอบประสิทธิภาพพบว่า ที่ระยะทาง 62 เมตร จักรยานน้ามีความเร็ว 0.166 เมตรต่อวินาที และเรือมีความเร็ว 0.137 เมตรต่อวินาที และสามารถคานวณค่าแรงลอยตัวของจักรยานน้า มีแรงลอยตัว 196 นิวตัน